แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2551

ศิลปนิพนธ์ SENIOR THESIS PROJECT

ขณะนี่เวลา..ตีสองกว่า...ไม่อยากจะบอกตัวเองเลยว่าเวลานี้คือเวลาที่คนปกติทั่วไปเค้าหลับ เค้านอนกันจะหมดประเทศแล้ว


อืม อืมมม


ธีซิส ธีซิสส...สู้เว่ยย!!


ตัวหนูตอนนี้วันๆก็ทำนี่แหละค่ะ ธีซิส หายใจเข้าเป็นเธอ หายใจออกเป็นธอ แม้ว่าบางวันหายใจติดขัดมันก็ย๊างจะเป็นเธออีก ธีซิสจ๋า เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนจะเป็นญาติกันอยู่แล้ว(ขอบอกว่าใช้เวลาอยู่ด้วยมากกว่าอยู่กับพ่อไก่ซะอีก-*-)


ต้องขอขอบคุณคณะสถาปัตยกรรมและการผังเมืองของธรรมศาสตร์ ที่มีหลักสูตรการเรียน 4 ปีจบ ตัวหนูจึงได้มีโอกาสได้ลองรับมือกับ"ธีซิส"คนแรกของบรรดาเพื่อนผองที่เอนท์เข้าพร้อมกันทั้งหลาย(คณะสถาปัตย์ทั่วไปต้องเรียน 5 ปีค่ะ) ธีซิสนี้อาจารย์เค้าเปิดกว้างค่ะ โจทย์คือคุณเลือกมาเลยว่าจะศึกษาอะไร โดยมีคำแนะนำ(ปนขู่)ว่า คุณๆหน่ะต้องกลั่นกรองหัวข้อที่ต้องการจะทำให้ดีๆนะ เพราะพวกคุณจะต้องใช้เวลากับมันทั้งปี..บรื้ออ ประมาณว่าเลือกไม่ถูก ช้ำใจกล้ำกลืนไปจนตาย แถมมีสิทธิ์จะไม่จบเอาด้วย ตัวหนูใช้เวลาเรียบเรียงความชอบของตัวเองเกือบเดือน เขียนรายการหลายๆสิ่งที่ชอบทำ ชอบดู ชอบไป


เขียนรายการออกมาได้เกือบร้อยข้อ สุดท้ายหนูเลือกทำ "สถานีรถไฟหัวลำโพง" หนูชอบสถาปัตยกรรมสมัยร.5-ร.6 หนูชอบสถานที่สาธารณะ หนูชอบ ความเป็นคลาสิกของสถานที่..


...เอาจริงๆนะคะ หนูชอบเพราะตอนเด็กคุณแม่เคยพาไปเชียงใหม่ โดยขึ้นรถไฟตู้นอนไป ความรู้สึกตอน 8 ขวบมันเป็นอะไรที่ลืมไม่ลง สถานที่อะไรใหญ่ชะมัด แถมการได้นอนบนเตียงที่วิ่งอยู่บนรางได้..สุดยอดจริงๆ


ใช่ค่ะ แค่นั้นจริงๆ


ใช่อีกแหละค่ะ เพราะเหตุผลเด็กๆของหนูในวินาทีนั้น มันทำให้หนูนั่งอดหลับ อดนอนมาเป็นเวลา 2 - 3 เดือน ไปสถานที่จริง อ่านหนังสือ หาประวัติ ทำความเข้าใจกับ "คุณหัวลำโพง" ของหนู ตอนนี้ตัวหนูได้รู้จักกับคุณหัวลำโพงก็เกือบสนิทแล้วมั้งคะ อยากพาเอาคุณหัวลำโพงไปทำความรู้จักกับอาจารย์ และก็หวังว่าอาจารย์ทุกท่านจะชอบในตัวคุณหัวลำโพงอย่างที่ตัวหนูชอบบ้างจัง


......สาทู้

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เรื่องเกี่ยวกับ Boarding School ที่อเมริกาครับ

โรงเรียนที่ผมจะเล่าให้เพื่อนๆฟังคือโรงเรียนที่เราเรียกว่า Boarding School หรือที่แปลตรงตัวว่า โรงเรียนกินนอนครับ แต่อีกชื่อหนึ่งที่เด็กนิยมเรียกกันคือ Prep School เป็นเสมือนโรงเรียนเตรียมอุดมของเมืองไทย แต่ที่นี่เขามีประวัติที่ยาวนานกว่ามาก และมหาวิทยาลัยดังๆในสหรัฐ จะให้เครดิตกับโรงเรียนเหล่านี้ คือหากเด็กสามารถที่จะเรียนได้ดี มีกิจกรรมเยี่ยม และได้การสนับสนุนจากอาจารย์แล้ว โอกาศที่จะได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย top ten มีสูงมาก ทำไมผมถึงทราบหรือครับ ก็เพราะว่าลูกชายคนโต เขาสอบได้ทุนรัฐบาลแล้วทาง ก.พ.ก็บังคับเด็กทุนทุกคนให้ไปเรียนซ้ำชั้น ม.6 อีกหนึ่งปี แรกๆบรรดาเด็กๆก็มีปฏิกิริยากันทุกคน เพราะไม่มีใครอยากเรียนซ้ำชั้น แต่พอทราบถึงเหตุผล ทุกคนก็ยอมแล้วแต่ละคนก็ถูกส่งไปอยู่ตามโรงเรียน Boarding School แห่งละ 1 หรือ 2 คนเท่านั้น โรงเรียนที่ได้รับยกย่องว่าเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดคือ
1 Phillip Academy, Andover
2 Choate Rosemary Hall
3 Phillip Exeter
4 Deerfield Academy

เอาแค่พอหอมปากหอมคอก่อนนะครับ จริงๆแล้วผมมี รายชื่ออยู่เป็นจำนวนมาก แต่โรงเรียนที่ผมเอ่ยชื่อมานี้ ล้วนแล้วแต่เป็นโรงเรียนที่บรรดาเด็กที่ได้ทุนเล่าเรียนหลวง หรือที่เราเรียกกันว่า ทุนคิงส์ จะมีเด็กจำนวน 9 คน คือจากแผนกวิทย์ 5 คน และจากแผนกศืลป์ 4 คน แหมแต่ขอออกตัวก่อนว่าลูกของผมไม่ได้เป็นหนึ่งในนี้หรอก โรงเรียนเหล่านี้ การที่จะได้เข้าไปเรียนนั้น ยากมาก เพราะว่าเขามีจำนวนจำกัด และสำหรับเด็กที่มีความฝันที่จะเข้าเรียนในมหาวืทยาลัย Harvard หรือ MIT จะต้องพยายามเต็มที่ที่จะเข้าไปเรียนในโรงเรียนเหล่านี้ ให้ได้ เพราะเหมือนกับการการันตีเลยว่า เมื่อจบก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเข้าไปเรียนในสถาบันชั้นนำเหล่านั้นได้ เรื่องนี้ผมไม่เคยรู้มาก่อนจนกระทั่งลูกชายเล่าให้ฟัง และการรับเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำนี้ ฝ่าย Admission จะดูจากผลการเรียนของเด็กที่มาจากโรงเรียนเหล่านี้ ว่าเรียนได้ดีหรือไม่ หากเป็นเด็กที่ทำได้ดี มีการเรียนดี มหาวิทยาลัยก็จะให้ป็นลักษณะโควต้าแก่โรงเรียนนั้นๆ ที่ลูกผมไปเรียนนั้นชื่อ The Hill School อยู่ที่เมือง Pottstown รัฐ เพนซิลเวเนีย ก่อนที่ลูกผมจะไปเรียน ไม่เคยมีประวัติว่า มหาวิทยาลัย Stanford ที่เมือง San Francisco จะรับเด็กจากที่นี่ แต่เนื่องจากลูกทำคะแนนในวิชา Physics ได้ดีมากๆ ทางมหาวิทยาลัยจึงรับ และหลังจากนั้น ก็จะมีเด็กจากที่นี่ ไปที่ Stanford University ทุกปีๆละ2 ถึง 3 คน เช่นเดียวกับที่ โรงเรียน Phillip Academy ที่จะมีเด็กจำนวนมากที่สามารถเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย Harvard และ MIT
ดังนั้นการหาโรงเรียน Boarding School ให้ลูกของคุณจะต้องมีการทำวิจัยพอควร เพราะว่าประวัติของโรงเรียนจะมีผลต่อการที่ลูกของคุณจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในใจได้หรือไม่ คราวนี้มาถึงคำถามที่ว่า ลูกของคุณจะเรียนไหวหรือไม่ ผมขอบอกเลยครับว่าการที่ลูกของผมไปเรียนอยู่ในปีสุดท้ายนั้น เป็นการโหดร้ายพอควร แต่ถ้าลูกไปตั้งแต่ เกรด 9 จะเรียนสบายกว่าเพราะว่ามีเวลาปรับตัว หากลูกของคุณมีความฝันที่จะเข้ามหาวิทยาลัยดังๆแล้วไซร้ เขาคงต้องพยายามขวนขวายอย่างที่สุดที่จะเรียนให้ดี การเรียนในBoarding School นั้นไม่เรียนหนักเหมือนที่เด็กไทยเราเรียนอยู่ในขณะนี้ ตอนที่ลูกไปนั้น การเรียนเป็นแบบ ปีละ 4 เทอม และในแต่ละเทอมนั้น เรียนแค่ 5วิชาโดยมีวิชาหลักอยู่แค่ 4 วิชา ส่วนอีกหนึ่งวิชา เป็นวิชาเลือก อาทิเช่น วิชา Drama หรือ วิชา Pottering หรือ เป็นวิชากีฬาต่างๆแล้วแต่จะเลือกเรียน
การเรียนในแต่ละวันนั้นก็เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนแล้วรับประทานอาหารเช้า หลังจากนั้นก็เข้าเรียนจนถึง 11นาฬิกา ก็จะมีการปล่อยให้พักผ่อนก่อนรับประทานอาหารกลางวัน หลังอาหารกลางวันก็มีการเข้าห้องสมุด พอตอนบ่าย 2 โมงทุกคนจะต้องออกมาในสนามเพื่อที่จะต้องออกอำลังและเล่นกีฬา ตามที่ตัวถนัด ผมเคยได้รับจดหมายเตือนจากโรงเรียนว่า ลูกถูกหักคะแนนความประพฤติ ผมก็ตกใจว่าเอลูกเราไปทำอะไรผิด เลยโทรไปถามผลคือลูกบอกว่าเขาอ่านตำราไม่ทัน เลยไม่อยากลงมาเล่นกีฬา และหลบอยู่บนห้องสมุด เลยถูกเช็คชื่อ และตัดคะแนน ผมก็รู้สึกงงว่าเรื่องแค่นี้ ไม่น่าที่จะมาตัดคะแนนกันเลย ผมเลยส่งเมลไปถามผู้อำนวยการ ผลเขาตอบว่า ไม่อยากให้เด็กของเขาเอาแต่เรียน ทุกคนต้องออกมารับอากาศบริสุทธิ์และได้ยืดเส้นยืดสาย และเรื่องลูกของผมนั้นไม่ซีเรียส เพราะว่าเขารู้ว่าลูกเรียนดี เอาละวันนี้พอแค่นี้ก่อน มีเรื่องอีกเยอะครับ สนุกๆด้วยซิ

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

การศึกษาของลูก...โรงเรียนอินเตอร์ดีไหม?

มีผู้ปกครองหลายๆท่านที่อยากให้ลูกเรียนในโรงเรียนอินเตอร์ ด้วยจุดประสงค์ที่อยากให้ลูกสามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง และด้วยเหตุผลที่ว่า โรงเรียนอินเตอร์บางแห่งสามารถที่จะเข้าเรียนได้ง่ายกว่าโรงเรียนสามัญทั่วไป ผมก็เผอิญมีประสบการณ์เพราะลูกคนเล็กนั้น ภรรยาอยากให้เข้าเรียนในโรงเรียนอินเตอร์ ผมเลยปรึกษากันและเลือกโรงเรียน Adventist Church School ที่อยู่ในซอยคลองตัน ถนนสุขุมวิท 77 ช่วงแรกๆที่ลูกเข้าเรียนนั้นมีปัญหาการปรับตัวมาก ทั้งๆที่ผมและภรรยาก็เรียนจบจากต่างประเทศมา แต่เราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษที่บ้าน มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่ลูกถูกเรียกให้ตอบคำถาม ผลคือเขาปล่อยโฮเลย เพราะเขาไม่สามารถเข้าใจในคำถามได้ ผมจึงอยากให้ท่านผู้ปกครองกรุณาเตรียมเด็กให้พร้อมก่อนที่จะพาลูกไปเข้า และสิ่งที่สำคัญมากคือท่านต้องคอยตรวจดูหนังสือตำราต่างๆที่ทางโรงเรียนให้ลูกเราเรียน เนื่องด้วยที่โรงเรียนที่ลูกไปเรียน เขาไม่อนุญาตให้เอาตำรากลับบ้าน จนมีอยู่วันหนึ่ง ผมขอครูเขาให้ลูกเอาตำราวืทยาศาสตร์กลับมาอ่านต่อที่บ้าน ถึงได้รู้ว่าที่ลูกเรียนอยู่นั้น มันผิดไปจากความเป็นจริง อาทิ ในตำราบอกว่า แผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดนั้นเกิดจากการที่พระเป็นเจ้าท่านดลบันดาลให้เกิดขึ้น พอผมเห็นเท่านั้น ผมได้บอกกับภรรยาเลยว่าลูกต้องย้ายโรงเรียนแล้วละ ผมเข้าใจในตอนแรกว่าโรงเรียนนี้เป็นสำหรับเด็กคริสเตียน แต่รู้สึกว่ารับไม่ได้
การเรียนโรงเรียนอินเตอร์ เหมาะสำหรับเด็กที่พ่อแม่มีความสามารถที่จะเข้าใจในภาษาอังกฤษอย่างดี เพราะว่าเราจะต้องอธิบายให้ลูกฟังได้ เมื่อเขามีข้อสงสัย และเวลาที่ครูเรียกพ่อแม่ไปพบ ซึ่งมีบ่อยมาก ท่านจะต้องโต้ตอบกับครูได้มิฉะนั้น ท่านแย่แน่ ลูกจะหมดศรัทธาในตัวคุณทันทีที่คุณไม่สามารถเข้าใจภาษาอังกฤษ
เมื่อลูกเรียนในโรงเรียนจนสามารถพูดและฟังได้แล้ว ท่านก็ต้องมองไปข้างหน้าแล้วว่าการศึกษาขั้นที่สูงขึ้นจะทำอย่างไร เพราะการที่เราให้เขาเรียนในระบบฝรั่งแล้ว ให้ลูกเปลี่ยนกลับมาเรียนในระบบเดิม ลูกจะมีปัญหาในการเรียนแน่นอน เพราะว่าอาจจะถูกทำโทษในห้อง เพราะว่าในระบบอินเตอร์นั้น จะไม่มีการทำโทษเด็ก หากเด็กไม่เชื่อฟัง อย่างร้ายที่สุดคือ ผู้ปกครองจะถูกเรียกมาพบกับผู้อำนวยการ
เอาละในเมื่อท่านสามารถส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ได้ แสดงว่าท่านจะต้องมีฐานะพอสมควร ดังนั้นเมื่อลูกเรียนถึงเกรด 8 ท่านต้องมองหาที่เรียนใหม่แล้ว ที่หนึ่งที่เหมาะกัยท่านและสามารถทำให้ลูกเรามีโอกาศที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐได้ โรงเรียนเหล่านั้นคือ Boarding School ซึ่งจะรับเด็กตั้งแต่เกรด 9 ขึ้นไป ค่าเทอมก็แพงพอควร แต่มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพราะลูกอาจจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยระดับ top ten หรือ top twenty ได้ในสมัยผม ไม่เคยมีความหวังเลยว่าจะมีลูกไปเรียนในมหาวิทยาลัยระดับ Harvard University, Massachusett Institute of Technology, Stanford University, Columbia University, Cornell University, Carnegie Mellon University etc. แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่า มันเป็นความจริงที่ปรากฎว่าลูกสามารถเข้าไปเรียนได้ และลูกของเพื่อนที่เรียนมาจากจุฬานั้น ก็สามารถเข้าเรียนได้เหมือนกัน นั่นแสดงว่าเด็กไทยเรามีความสามารถที่จะเข่าไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำเหล่านั้นได้ พียงแต่เราต้องเตรียมความพร้อมและให้ลูกได้มีโอกาศ ที่ไปแข่งขันกับคนอื่นได้ครับ ท่านที่อ่านมาแล้วมีความเห็นอย่างไรบ้าง มาช่วยกันแชร์ความคิดกันดีไหมครับ

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

สถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก

มาวันนี้ ผมอยากเล่าเรื่องเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของโลก ผมได้ไปทำการเลือกภาพสวยๆมาให้ดูดังนี้

นี่คือภาพของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากทางด้านธุรกิจ ชื่อ University of Pennsylvania เป็นบ้านของ Wharton School of Business มีผู้มีชื่อเสียงของไทยจำนวนมากที่จบจากที่นี่ เช่น ม.ร.ว. ปรีดียาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าแบงค์ชาติของเรา มีนักเรียนไทยจำนวนมากที่อยากไปเรียนที่นี่ ต่อมาก็เป็นมหาวิทยาลัย Cornell อยู่ที่รัฐนิวยอร์ก


ที่นี่มีพระเจ้าหลานเธอพระองค์ภา ได้เสด็จไปทรงศึกษาต่อจนจบปริญญาเอกทางด้านกฎหมาย มหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาในเมือง Itaca มลรัฐนิวยอร์ก ต่อไปก็จะเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดทางด้านกฎหมายและทางด้านการแพทย์นั่นคือ มหาวิทยาลัย ฮาร์วาด

เอาละแล้วค่อยหามาให้อ่านอีกครับ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

วิชาสังคมที่เด็กเรียนกันอยู่ หลักสูตรถูกต้องไหม

การที่ได้มีโอกาศไปทราบถึงหลักสูตรของต่างประเทศเกี่ยวกับการเรียนวิชาสังคมศึกษา ผมว่าการที่กระทรวงศึกษากำหนดให้เด็กต้องเรียนวิชาสังคมที่มีเนื้อหาส่วนมากเกี่ยวกับการเมืองของไทยนั้น ไม่ถูกต้อง วิชาที่เด็กๆกำลังเรียนกันอยู่นี้น่าจะเรียกว่า Political Science ไม่ใช่วิชา Social Science
ทำไมเด็กไทยส่วนมากถึงไม่รู้วิธีที่จะปฏิบัติตัวในสังคม เพราะว่าทางโรงเรียนไม่ถือว่าเป็นความจำเป็นของโรงเรียนที่จะให้ความรู้ในด้านนี้ แต่ทางผู้ปกครองก็คาดว่าทางโรงเรียนได้มีการสอนแล้ว ผมเคยไปปรึกษาครูผู้ปกครองของโรงเรียนลูกสาว ซึ่งโรงเรียนนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นโรงเรียนต้นแบบ ขออนุญาตเอ๋ยชื่อนะครับ คือ โรงเรียนมาแตร์เดอี เนื่องจากโรงเรียนนี้เป็นสตรีล้วน ดังนั้นการที่เด็กสาวจะปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อต้องเข้าไปพบกับเด็กหนุ่มๆในรั้วมหาวิทยาลัย ผมได้เสนอให้ทางโรงเรียนจัดงานในลักษณะเหย้าเยือนกับโรงเรียนเด็กชายล้วน แต่รับการต่อต้านจากผู้ปกครองท่านอื่นๆ ผมว่ามันน่าจะดีที่ให้เด็กสาวๆ ได้ทำความรู้จักกับเด็กชาย และให้ทางเด็กชายให้เกียรติกับเพศตรงข้าม ภายใต้การดูแลของครูและผู้ปกครอง
ผมต้องใช้เวลามากพอสมควรที่จะอธิบายให้ลูกสาวทราบถึงธรรมชาติของเด็กผู้ชาย วิธีที่จะหลีกเลี่ยงมิให้ฝ่ายเด็กชายตู่ว่าลูกสาวของเราไปให้ท่า มีถึงการเรียกใช้สรรพนามในหมู่เพื่อน ลองคิดดูซืครับว่า หากลูกสาวของเราไปอยู่ท่ามกลางเด็กหนุ่ม จะต้องมีการจัดคู่กันว่าใครเป็นแฟนใคร โดยที่ลูกสาวเราไม่รู้ ผมได้สอนให้ลูกเรียกเพื่อนทุกคนว่า นาย ไม่ให้เรียกชื่อเล่น เพื่อเป็นการป้องกัน และเราจะต้องไปคอยรับส่งในช่วงแรกๆ เวลาไปไหนให้ไปกันเป็นกลุ่ม ไม่ให้ไปกัน สองต่อสอง
สิ่งเหล่านี้ เป็นความจำเป็นที่โรงเรียนน่าจะสอนให้เด็กสาวๆ รับรู้ก่อนที่จะไปเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริง การที่เราได้อ่านหนังสือพิมพ์และพบว่า เด็กชายได้พยายามฆ่าตัวตายเพื่อประชดแฟนตัวเองนั้น ผมว่ามันเป็นการที่บอกให้ทราบว่า สังคมไทยยังขาดการเรียนรู้ทางสังคม ดังนั้นจึงสมควรที่กระทรวงศึกษาต้องมีการปรับปรุงหลัดสูตรวิชาสังคมศึกษาเสียที