วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Volume ของ Gold Future เริ่มหนาแน่น....เพราะคนเริ่มเข้าใจ และเริ่มโกย Profit

ผมได้จับตาดูการเคลื่อนไหวของราคาทองใน Gold Futures และพบความจริงที่ว่า เมื่อไรที่ราคาทองพุ่งสูงขึ้น จำนวนสัญญาก็เพิ่มมากขึ้นด้วย นั่นแสดงว่า นักลงทุนมองโอกาศในการทำกำไรจากตลาดนี้ได้ถ่องแท้และชัดเจน แต่หากราคาทองเคลื่อนไหวไปในทางตรงกันข้าม คือราคาเดินลง จะมีจำนวนสัญญาน้อยมากเมื่อเทียบกับตอนราคาขาขึ้น นี่คงจะเป็นเพราะว่าการจับคู่สัญญาไม่เกิดหรืออาจะเพราะว่า นักลงทุนมองทิศทางขาลงว่า มีความเสี่ยงสูง ในทางกลับกัน ผมมองว่านักลงทุนควรทำความเข้าใจกับการหาโอกาศที่เกิดขึ้น เนื่องจากราคาทองคำมีการเคลื่อนไหวอย่างมาก ผมมีความเห็นว่าหากราคาทองไม่มีการเคลื่อนไหวหรือมีน้อยๆ เป็นลักษณะของการเคลื่อนไหวแบบ sideways ซึ่งมันหมายความว่าอะไรผมก็ไม่แน่ใจนัก รู้แต่ว่ามันค่อนข้างนิ่ง ทองคำจะหมดเสน่ห์ต่อนักลงทุน ดังนั้นผมขอแนะนำให้นักลงทุนทำการศึกษาหาความรู้จาก ตัวแทนของ บล. ต่างๆหรือจากร้านทองที่มีความรู้เพื่อที่จะเตรียมตัวกับ ประโยชน์ที่จะมากับการลงทุนในตลาด Gold Future

จากนี้ไป ตลาดทองรูปพรรณจะมีแต่หดตัว เพราะว่าค่านิยมของคนรุ่นปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อน คนในวัยทำงานจะไม่มองว่าการซื้อทองรูปพรรณเป็นการสะสมเงิน หรือเป็นการออมเพื่ออนาคต แต่เขาจะมองว่าการที่ไปซื้อทองรูปพรรณมาเก็บนั้นจะกลายเป็น Liability เพราะว่าต้องมีการเก็บรักษา และการที่ถือทองรูปพรรณมากๆนั้นไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย คนรุ่นก่อนๆก็จะมีแต่แก่ชราและโรยราไป ทำให้จำนวนของลูกค้าที่จะเข้ามาในร้านทอง เพื่อหาซื้อทองรูปพรรณไปสวมใส่ก็จะค่อยๆลดลง ส่วนลูกค้าที่ซื้อทองคำแท่งไปเก็บ เพื่อหวังว่าในอนาคตจะได้กำไรจากการที่ราคาทองสูงขึ้น ก็จะเบื่อหน่ายกับการที่จะต้องไปเข้าคิวเวลาที่ทองคำราคาลดลง สิ่งที่จะเป็นคำตอบให้ท่านนักลงทุนก็คือ ตลาด Gold Futures การที่ตลาดได้เปิดขึ้นมาก็เพื่อสนองความต้องการ ของคนรุ่นใหม่ในวันนี้และวันข้างหน้า ผมจึงใคร่อยากให้ท่านที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกลในการลงทุน มีการสละเวลาอันมีค่าของท่าน เพื่อที่จะได้เข้ามาทำความรู้จักกับ เครื่องมือของความมั่งคั่งตัวใหม่นี้

ผมขออนุญาต อธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจเบื้องต้นแก่ท่านที่ได้สละเวลาเข้ามาอ่านในบล็อกนี้

ในตลาด Gold Futures จะมีสินค้าให้เลือกซื้ออยู่ทั้งหมด 6 ตัว โดยแยกประเภทออกเป็น 2 ประเภทแต่มีระยะเวลาของสัญญาเป็น 3 ช่วงเวลา อย่างแรกคือสัญญาที่เรามีฐานะเป็นผู้ซื้อ ( Long Position ) ในที่นี้ หมายถึงว่า เราได้คาดการณ์ไว้ว่า ราคาทองในอนาคตจะมีราคาสูงขึ้น เราจึงส่งคำสั่งว่า เราจะเป็นผู้ซื้อ ส่วนคำสั่งที่เรามีฐานะว่าเป็นผู้ขาย ( Short Position ) นั้นคือเราในฐานะผู้ส่งคำสั่งคาดการณ์ว่า ราคาทองในอนาคตจะลดลง เราจึงส่งคำสั่งว่าเราต้องการที่จะขายทองก่อนในวันนี้
ส่วนระยะเวลาที่สัญญาจะหมดอายุ เราจะใช้ในวันที่สิ้นสุดในเดือนคู่ เช่น สัญญาที่จะหมดอายุในเดือน กุมภาพันธ์ เมษายน มิถุนายน เป็นต้น ท่านสามารถเลือกส่งคำสั่งได้ใน 3 ช่วงเวลานี้ การอธิบายให้พวกนักลงทุนทราบนั้น ผมว่ายากครับเพราะว่าการที่ท่านจะเข้าใจได้ดีที่สุดคือ ท่านต้องเข้ามาลองเล่นดู มีนักลงทุนจำนวนมากที่รับฟังข่าวสารจากสื่อชนิดต่างๆ อาทิ หนังสือพิมพ์ รายการทอร์คโชว์ หรือการสัมมนาของทางตลาด TFEX ผมสังเกตได้ว่าทุกสื่อจะแจ้งเสมอว่ามีความเสี่ยงมากๆ แต่ผมมองกลับกันครับ คือขณะที่เรากำลังเล่นอยู่เราเพียงแต่วางเงินค้ำประกันไว้กับบริษัทโบรกเกอร์เพียงประมาณ 70,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้มิใช่เป็นค่าซื้อสัญญา แต่เป็นการวางเงินค้ำประกัน ซึ่งเราสามารถถอนคืนได้ทุกเมื่อถ้าเราไม่มีการเทรดแล้ว และขณะที่เราเทรดหากมีกำไร ทางศูนย์ TCH ซึ่งถูกควบคุมโดยทางการจะทำการจ่ายเงินคืนให้ เข้าบัญชีของท่านที่โบรกเกอร์ที่ทำสัญญากันอยู่ จะเห็นว่าความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการเล่นหุ้นนั้น เทียบกันไม่ติด เพราะว่าถ้าท่านซื้อหุ้น ท่านต้องจ่ายค่าหุ้นเต็มจำนวน และท่านจะต้องฝากหุ้นไว้กับศูนย์ฝากหุ้น นั่นหมายความว่า ท่านจะต้องจ่ายเงินเต็มและรับมาแค่ใบรายงานว่าท่านมีหู้นอะไรบ้างและจำนวนเท่าไร

ความเสี่ยงของการเล่นหุ้นนั้นผมเข้าใจว่าดังนี้ หุ้นเป็นส่วนที่มนุษย์สมมุติขึ้นว่าท่านมีส่วนในการเป็นเจ้าของบริษัท หากบริษัทที่ท่านสนใจซื้อหุ้นไว้ มีการประกอบการที่ดี ขายผลิตภัณฑ์ได้มีกำไรมากๆ หมายความว่าเมื่อสิ้นปีท่านควรต้องได้รับเงินปันผลคืนกลับมาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ในความเป็นจริงมิได้เป็นเช่นนั้น เพราะว่าการตัดสินใจที่จะแบ่งส่วนกำไรของบริษัทเป็นอำนาจการตัดสินใจของผู้บริหารซึ่งส่วนมากก็คือผู้ถือหุ้นใหญ่ ฝ่ายบริหารจะกันส่วนใหญ่ของกำไรไว้ใช้ในการขยายบริษัทหรือเอาไว้ทดแทนส่วนที่ทำขาดทุนไปในระหว่างปี และจะจัดสรรเพียงส่วนเล็กๆให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างพวกเรา และหากเป็นโชคดีของบางท่านผู้บริหารมิได้มีใจที่เป็นธรรม ทำการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของบริษัทไปให้ตัวเองและญาติพี่น้อง ทำให้สภาพฐานะทางการเงินง่อนแง่น และหนีไปต่างประเทศ อย่างของกรณีของบมจ.เอสอีซีซี ที่โด่งดัง ราคาหุ้นของท่านก็จะมีค่าเป็นศูนย์ มูลค่าหุ้นที่ท่านต้องจ่ายเต็มจำนวนต้องมีอันเป็นอากาศธาตุไป อย่างนี้เป็นต้น

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

หลังจาก 1 อาทิตย์ที่เปิด Gold Future สถานะการณ์เป็นอย่างไร

ผมขอมาวิเคราะห์สถานะการณ์ของตลาดทองในประเทศไทย หลังจากที่ได้มีการเปิดตลาด Gold Future ขึ้น จากการที่ผมได้คลุกคลีมาในสมาคมค้าทอง นานพอสมควร ผมเห็นสิ่งน่าสังเกตบางประการนั่นคือ การกำหนดราคาทองที่สมาคมค้าทองคำ มีหน้าที่กำหนดให้ร้านทองทั่วประเทศต้องยึดถือเป็นหลัก ได้มีการกำหนดให้ราคาทองในประเทศเข้าใกล้กับราคาทองจากตลาดโลก เข้าทุกที นี่อาจจะเป็นด้วยที่นักลงทุนสามารถเข้าไปที่ตลาด TFEX เพื่อที่จะไปส่งคำสั่งซื้อหรือขายได้ แต่เท่าที่สังเกตุมาหนึ่งอาทิตย์ จำนวน Volume ของ Gold Future ยังมีไม่มากนัก อาจจะเป็นเพราะว่าทั้ง 4 Brokers ที่มาจากร้านทองยังไม่ได้รับใบอนุญาตจากทาง ก.ล.ต. ให้ทำการซื้อขาย โดยต้องรอไปเดือนหน้า ทำให้การส่งคำสั่งจึงจำกัดอยู่แต่ใน Brokers ที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียน

เราจะเห็นได้ว่านักลงทุนที่ปัจจุบันทำการส่งคำสั่ง ซื้อขายอยู่ในตลาด TFEX ไม่กล้าที่จะเข้ามาในตัว Gold Future เพราะว่าไม่มีความมั่นใจในการลงทุนนัก และจำนวนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับทอง ก็ยังไม่ได้เข้ามาจึงทำให้จำนวนสัญญามีไม่มาก ผมมองว่าเริ่มจากเดือนหน้า หลังจากที่ทั้ง 4 Brokers จากร้านทองเริ่มเข้ามารับคำสั่ง จะทำให้มีการสั่งมากขึ้นครับ

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2552

The Old Market at Sarm Shook, Supanburee



Hello everyone, I am quite sorry that I was too busy travelling around the countryside lately due to the festive season and all my family members were all present. During Christmas, I took my family to visit the very well known market called the Old Market of Sarm Shook. This market is located around 35 Km. north of the city of Supanburee on the way toward to Chainart Province. I have heard about this market for so long but I can't figure out what will it look like. So I will try to bring you along the journey and see how you can enjoy the trip along with me.


Supanburee is a province located on the north to northeast of Bangkok. The city used to be an old capital of Thai people before the Ayuthaya era. The city or province as most of the people called is famous for the small city where the land is rich with gold as the city is translated by words. In the past, many Thais enemies wanted to occupy this piece of land because of the ability to harvest all year long. If you can not quite figure out, please think of the state of Iowa in the America where the middle east millionaires had to come to purchase the soil back to their country. There are so many history in this province but people seemed to forget or not try to remember.

This picture is the shrine of the Luck Muang God. At first, I think that it is the shrine of the Luck Muang( the first mile stone of the city ). But I was wrong, this is the shrine of the God named Luck Muang. They are two pieces of stone with the figure of god sculpted or we can say these are the bask reliefs like the one in Ankor Wat. There is a legend that these two pieces of stone had floated upstream to where this shrine is today. Many people of Supanburee had gathered money to build this shrine so they could come to perform their religious activities. Today, there is a brand new museum called the Museum of the Chinese Descendents. Everybody should take time to visit. It is worth for your time....I can guarantee it.

Besides these two special places, there are many interesting places in Supanburee province. The food is excellent and reasonable price. The local is very friendly and they are eager to show you their town.

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2551

งานที่เด็กๆจาก คณะสถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ ทำ เลยเอามาให้ดู



หลายๆท่านที่เคยมีประสบการณ์ในการแต่งบ้าน คงเคยเจอปัญหาที่ไม่สามารถสื่อสารกับ สถาปนิกหรือมัณฑณากร เพราะว่าไม่สามารถที่จะอ่านพิมพ์เขียวหรือ Layout Plan ที่เขาเอามาแสดงให้เราดู พอช่างเฟอร์นิเจอร์เริ่มที่จะทำการตกแต่งบ้านของท่าน ปัญหาก็เริ่มเข้ามา ทำให้เราในฐานะเจ้าของงานต้องมีปากเสียงกับช่างตลอดเวลา สุดท้ายเราต้องให้ช่างเปลี่ยนแปลงงานเพราะว่าออกมาไม่เป็นที่พอใจ แต่มาปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือที่อาศัยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ทำให้เราสามารถที่จะสร้างภาพของห้องต่างๆ ที่เรามีความประสงค์ที่จะตกแต่ง ออกมาเป็นภาพสามมิติ ทั้งสีและส่วนประกอบต่างของห้อง ก่อนที่เราจะเริ่มจ้างช่างเฟอร์นิเจอร์ ทำให้เราสามารถที่จะแก้ไขการตกแต่งได้แต่เนิ่นๆ ก่อนที่เราจะต้องเสียอารมภ์ไปกับการทะเลาะกับช่าง ภาพสามมิติที่สร้างขึ้นนี้ นักตกแต่งภายในสามารถที่จะแก้ไขทั้งรูปลักษณ์ของเฟอร์นิเจอร์ หรือวอลเปเปอร์ หรือสีที่ใช้ทาภายใน ให้ได้ตามที่ท่านเจ้าของต้องการ ปัจจุบัน จะมีสถาปนิกเพียงไม่กี่ท่าน ที่นิยมใช้เครื่องมือนี้ในการตกลงกับลูกค้า แต่หากเป็นความประสงค์ของลูกค้า ทางสถาปนิกก็ต้องหามาให้

ในฐานะที่ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยเจอะเจอกับปัญหา ที่ไม่สามารถตรวจพบได้ก่อนที่ช่างเฟอร์นิเจอร์จะมาประมูล และตีราคาของงาน ทำให้ผมต้องตัดเสาไม้ที่สถาปนิกออกแบบมาออกเสีย สี่ต้น เพราะว่าภรรยาของผมรับไม่ได้กับเสาทั้งสี่ต้นนี้ เสียเงินไปพอสมควร และปัจจุบัน เสาทั้งสี่ต้น ได้กลายมาเป็นส่วนเกินของบ้าน คิดเป็นเงินก็อยู่ในราว แสนกว่าบาท

หากท่านไม่ทราบว่า ภาพ Perspectives เป็นอย่างไร ผมขอเรียนเชิญไปชมผลงานของเด็กคณะ สถาปัตย์ แผนกตกแต่งภายใน มหาฯธรรมศาสตร์ ที่ http://perspective-helper.blogspot.com/ ลองไปชมดูนะครับ มันสามารถช่วยท่านให้ประหยัดเวลา และเงินทองได้มากจริงๆครับ

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เมื่อสงสัย...เมื่ออยากรู้...แล้วทำไมไม่ถาม (เรื่องการศึกษา)

สวัสดีครับเพื่อนๆผู้ปกครองของน้องที่กำลังศึกษาอยู่ มีหลายท่านที่มีความสงสัยในเรื่องการศึกษา และได้ส่งคำถามมาหาผม แต่ส่วนมากปัญหาต่างๆนั้น มันเลยช่วงเวลาที่จะวางแผนปฏิบัติไปแล้ว อาทิเช่น การที่มาปรึกษาถึงเรื่องการเอาลูกเข้าโรงเรียนชั้นนำต่างๆ ที่ผมเคยเขียนมาในบทความแรกๆ แต่มาตอนที่เขาสอบคัดเลือกไปแล้ว ผมละจนใจจริงๆ การที่จะให้ผมแนะนำวิธีที่ต้องอาศัยวิทยายุทธ กำลังภายในที่จะไปบีบให้ทางโรงเรียนต้องรับลูกของท่านนั้น ผมค่อนข้างที่จะไม่เห็นด้วย ผมอยากให้ท่านติดต่อเข้ามาแต่เนิ่นๆ ดั่งเช่น ท่านมีลูกอายุประมาณ 3-4 ปี และมีความตั้งใจที่จะเอาลูกเข้าเรียนในโรงเรียนอัสสัมชัญ ท่านควรติดต่อมาแต่เนิ่นคือ ขณะที่ลูกเรียนอยู่ในชั้น อนุบาล 2 เทอมต้น เพื่อให้ท่านมีเวลาในการวางแผน ไม่ใช่ลูกของท่านกำลังเรียนอยู่ในชั้นอนุบาล 3 เทอมต้น แล้วจะไปทำอะไรได้ เพราะว่าเวลานั้น ผู้ปกครองทุกท่านก็กำลังวิ่งเส้นกันอยู่ทั้งนั้น หากท่านเป็นคนธรรมดาที่ ไม่มีคนรู้จักเป็นผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษา หรือเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าของโรงเรียนนั้นๆ ผมว่าท่านต้องมองหาโรงเรียนอื่นได้แล้วครับ โอกาศของท่านจะริบหรี่มาก แต่หากท่านได้พยายามเดินเรื่องแต่เนิ่นๆ มากกว่าคนอื่นเป็นปี ท่านก็จะมีโอกาศที่ดีที่ลูกจะได้รับเข้าเรียน การเตรียมตัวก็มีทั้งการเอาลูกไปกวดวิชา ใช่ครับเด็กอนุบาลก็ต้องกวดวิชาเหมือนกัน เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการสอบ

จากนั้นท่านก็ต้องเริ่มดำเนินการสานสัมพันธไมตรีกับทางโรงเรียน โดยการไปช่วยงานต่างๆ ไม่ใช่ส่งแต่เงินไปนะครับ แต่ท่านต้องไปช่วยทำงานในสมาคมผู้ปกครอง โดยการทำในสิ่งที่ท่านถนัด หรือเป็นฝ่ายจัดหาทุน ซึ่งฝ่ายนี้มีหน้าที่หาเงินให้โรงเรียนอย่างเดียว แล้วก็จะเกิดคำถามขึ้นว่า จะทราบได้อย่างไรว่า เมื่อเราได้ไปบำเพ็ญประโยชน์ให้กับทางสถานศึกษาแล้ว เขาจะรับลูกของท่าน ขอตอบว่า ไม่มีการสัญญาใดๆทั้งสิ้น แต่ท่านต้องลงทุนทำสิ่งที่เป็นกุศล เพื่อที่สิ่งนั้นจะได้มาออกผลที่ลูกของท่านครับ ผมอยากเรียนให้ท่านทั้งหลายทราบนะครับว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยจะศรัทธากับการทำบุญ แต่มีอยู่หลายครั้งที่ผมได้มีโอกาศที่จะทำการกุศล โดยที่ตัวเองไม่ได้คาดคิดไว้ก่อน คือมีครูต่างจังหวัดมาหาและขอให้ผม ซึ่งไม่รู้จักครูทื่านนี้มาก่อน ช่วยจัดหาอุปกรณ์การเรียน อาทิ ดินสอ ปากกา สมุด ยางลบ เป็นต้น เพราะว่าทางราชการให้มาแต่ตำราการเรียน แต่ไม่ได้ส่งสิ่งของอย่างอื่นมาให้ ผมเห็นว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยจึงให้เด็กไปจัดหามาให้ จากนั้น ทางโรงเรียนก็ได้ส่งจดหมายขอบคุณ แล้วลงลายมือชื่อเด็กมาให้ แค่นั้นผมก็ชุ่มชื่นหัวใจแล้ว แต่คงจะเป็นเพราะผลบุญที่ทำไว้จึงส่งผลให้ บรรดาลูกๆของผมเป็นเด็กเรียนดี ค่อนข้างเก่งทีเดียว ผมจึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า การคิดที่จะทำความดี ไม่มีการการันตีผลตอบแทนหรอกครับ แต่ความดีนั้นๆจะส่งผลบุญมาที่ท่านและครอบครัว ช้าหรือเร็วแล้วแต่บุญกรรมของท่านเองครับ

จากที่พบมา ร้อยละ 90 ที่ท่านผู้ปกครองที่ได้ไปรับใช้โรงเรียนอย่างเต็มใจนะ ลูกมักเข้าได้ครับ

ในบรรดาโรงเรียนที่เข้ายากที่ผมเคยเอ่ยนามไปแล้วนั้น ทุกแห่งจะมีการเปิดประเภทเด็กที่มีอุปการะคุณกับทางสถานศึกษา แต่ว่า โควต้านี้ จะมีอยู่เพียง 10% ของจำนวนนักเรียนที่รับเข้าศึกษา ส่วนมากเด็กของผู้ที่มีชื่อเสียงมักจะได้ก่อน ต่อจากนั้นก็จะเป็นเด็กของพวกคหบดีใหญ่ๆ ต่อจากนั้นก็จะมาถึงท่านที่ช่วยโรงเรียนนี่แหละครับ หลายๆท่านอาจจะรู้สึกท้อแท้ว่า ตัวเองไม่ใช่คนสำคัญ ไม่มีเงินทองมากมาย แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ทางโรงเรียนใช่เป็นมาตรฐานวัดว่า เด็กคนไหนถึงเข้าเรียนได้ครับ ความเอาใจใส่ต่อโรงเรียน และความสนใจในการศึกษาก็เป็นส่วนหนึ่งครับ

สิ่งสำคัญที่ท่านผู้ปกครองต้องทำคือ ท่านต้องหาครูที่จะมาเป็นติวเตอร์ให้กับลูกของท่าน ครูที่ท่านจะเลือกต้องมีคุณสมบัติที่เคยติวเด็ก และสามารถสอบเข้าโรงเรียนที่ลูกท่านจะเข้ามาแล้ว การที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าครูมีมากมาย แต่จะมีครูเพียงไม่กี่ท่านที่ คอยติดตามดูการสอบเข้าของโรงเรียนดังๆ และมีการตระเตรียมข้อสอบเก่าๆ เพื่อที่จะให้เด็กทดลองทำ การที่เด็กได้เคยผ่านการฝึกฝนให้ทำข้อสอบแต่เนิ่นๆนั้น ก็ทำให้เด็กไม่ประหม่าเวลาที่เข้าสอบจริง สำหรับเรื่องรายชื่อของครูนั้น ท่านต้องทำการบ้านเองนะโดยการสอบถามจากเพื่อนๆที่มีลูกเรียนอยู่ก่อนแล้ว ครูดีๆหายากครับ ค่าจ้างไม่แพงหรอกครับ ครูเหล่านี้มีความตั้งใจที่จะนำพาลูกๆของเราให้เข้าเรียนในที่นั้นๆได้ แต่ท่านต้องหาให้เจอครับ

ต่อจากนั้นท่านต้องมีการติดต่อกับทางโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ หลายท่านจะถามว่าทำอย่างไร ผมเองก็เคยเจอปัญหาประเภทนี้มาแล้ว และนอกจากลูกของตัวเองแล้ว ยังมีลูกของพี่สาวเอย ลูกของน้องชายเอย ลูกของเพื่อนอีก จนทางโรงเรียนนึกว่าผมมีอาชีพพาเด็กเข้าโรงเรียน เดินเข้าไปทีไรโดนมองหน้าแปลกๆทุกที ตอนหลังพอลูกจบจึงได้เลิกครับ วิธีที่จะเข้าไปติดต่อคือ ท่านต้องไปสอบถามว่า ทางโรงเรียนมีงานโรงเรียนในวันไหนบ้าง ทุกโรงเรียนจะมีวันที่จะจัดงานออกร้าน เพื่อหาทุนต่างๆ และมีการขายบัตรการแสดง มีการจัดแข่งโบวลิ่ง หรือการจัดแข่งแรลลี่ เป็นต้น ท่านต้องหาเวลาพาลูกไปอย่างสม่ำเสมอ และท่านต้องพาลูกไปหาท่านอธิการด้วยนะหรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นอาจารย์ใหญ่ ไปเรื่อยจนกว่าทางโรงเรียนจะจำชื่อคุณได้ครับ















กิบัติไปแล้ว

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ทำไมควรเลือกเรียน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่ม.ธรรมศาสตร์

มีน้องๆหลายท่านที่กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่า จะเลือกเรียนคณะสถาปัตย์ฯที่ไหนดี ผมอยากขอร่วมให้ข้อมูล เพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ ครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของน้องๆทั้งหลายครับ

เมื่อกล่าวถึงภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ น้องทุกท่านก็ต้องคิดถึง มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ นั่นคือ จุฬาลงกรณ จากนั้นก็ต้องเป็น มหาวิทยาลัยเทคโนฯที่ลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยศิลปากร ไม่มีคนคิดถึงชื่อของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากคณะนี้เพิ่งเริ่มก่อตั้งมาไม่กี่ปี

ปัจจัยหลักที่น้องหลายๆท่านเลือกจุฬาฯ คือชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย ความเก่าแก่ และการที่มีรุ่นพี่ก่อนๆที่สร้างชื่อเสียงมาในอดีต และอีกปัจจัยหนึ่งคือสถานที่ตั้ง ที่อยู่ใจกลางเมือง ในเมื่อหลายๆปัจจัยเป็นต่อหลายสถาบัน การที่คณะฯจะมีการพัฒนาให้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเป็นประโยชน์ ในการย่นย่อเวลาของนิสิตในการทำงาน ก็ไมีมี เรื่องนี้ผมทราบมาจากเพื่อนนิสิตของลูกสาว เพราะว่าเนื่องจากบรรดาอาจารย์ที่สอนที่จุฬาฯ เป็นอาจารย์เก่าแก่ที่ทรงคุณวุฒิ การที่ท่านได้ร่ำเรียนมาอยางไรในอดีต ท่านก็จะปฏิบัติอย่างนั้นในปัจจุบัน ขอยกตัวอย่างเพื่อที่จะได้เห็นอย่างชัดเจน ทีธรรมศาสตร์ อาจารย์จะยอมให้นักศึกษาใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการเขียน ภาพเปอร์สเป็คตีพ สามมิติ หากท่านนึกไม่ออกว่าคืออะไร ผมขอแนะนำท่านให้ไปตามโครงการคอนโดมิเนียมต่างๆ เขาจะให้โบรชัวร์ภาพห้องตัวอย่าง หรือภาพตัวอย่างโครงการที่มีต้นไม่ ทางเดิน หรือภาพผู้คนที่กำลังดำเนินชีวิตอยู่ ที่จุฬาฯจะให้นิสิตใช้มือวาดและใช้สีน้ำลง อาจารย์จะไม่สนับสนุนให้นิสิตใช้คอมพิวเตอร์ช่วย ด้วยเหตุผลว่า เมื่อก่อนอาจารย์เรียนมาอย่างไร นิสิตต้องทำตามอย่างนั้น แต่ที่ธรรมศาสตร์ เขาไม่สนใจในวิธีการที่จะได้ภาพมาอย่างไร แต่อาจารย์จะเน้นที่ผลงานของนักศึกษาแทน ซึ่งทำให้น้องๆต้องไปขวนขวายเรียนการใช้โปรแกรมเพิ่มเติม เพื่อที่จะได้ทำผลงานให้ดีถูกใจอาจารย์ เป็นต้น นี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆที่ลูกสาวได้พบมา เพื่อนร่วมโรงเรียนเก่าสมัยมัธยม ที่เรียนที่จุฬาฯ ได้มาบอกเล่าเรื่องนี้แก่ลูกสาวเอง

ที่จุฬาฯ เวลาว่าง รุ่นพี่จะมีกิจกรรมมาให้รุ่นน้องทำเสมอ ไม่ว่าเป็นการจัดละครเพื่อหาทุนของรุ่น หรือจับน้องวิ่งรอบสนาม หากท่านไปในช่วงเปิดเทอมต้น ท่านจะเห็นทั้งเด็กผู้ชายและหญิงใส่ชุดกีฬาวิ่งเป็นกลุ่มๆ ที่ธรรมศาสตร์ไม่มีเรื่องเช่นนี้ เวลาว่างที่ธรรมศาสตร์ ทุกคนมีอิสระที่จะเลือกทำตามใจตัวเอง ลูกสาวได้ไปร่วมกับวงดนตรีโฟร์คซอง และได้ร่วมซ้อมเมื่อมีเวลาว่าง ไม่มีการบังคับใดๆทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องนี้แตกต่างจากจุฬาฯ เอ......ผมควรที่จะพูดถึงสถาบันอื่นด้วย เมื่อผมเอ่ยชื่อลาดกระบัง คณะสถาปัตย์ จะขึ้นชื่อในเรื่องความเก่งทางด้านการทำแบบโมเดล เนี๊ยบและสมจริง แต่ข้อด้อยของสถาบันนี้คือสถานที่ตั้ง แต่ปัจจุบัน หากท่านคิดว่าไกล ขอให้ท่านคิดถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะว่าที่ตั้งอยู่ติดกัน และมีทางด่วนมอเตอร์เวย์ วิ่งถึง พร้อมทั้งในอนาคตอันใกล้นี้ สายรถไฟฟ้า แอร์ปอร์ตลิ๊งค์ก็จะเปิดใช้ ทำให้ท่านสามารถเดินทางจากมักกะสันได้อย่างสะดวกสะบาย

จากลาดกระบัง ก็ต้องกล่าวถึง มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่นี่มีชื่อเสียงมากทางด้านมัณฑนะศิลป์ แต่เนื่องจาก นักศึกษาปี 1 ต้องไปเรียนที่นครปฐม จึงไม่ค่อยมีผู้สนใจมากเท่าจุฬาฯ ผมยังไม่เคยไปแคมปัสที่นครปฐมเลย แต่ลูกสาวมีเพื่อนร่วมชั้นที่สนิทกันมาก ไปเรียน และเขาก็ชอบ แต่เรื่องความเข้มข้นของหลักสูตรก็ยังเป็นรองที่ธรรมศาสตร์ โดยดูจากการที่มีการประกวดทางด้านตกแต่งภายใน ประจำทุกปี ที่ลูกสาวไปร่วมแข่งขันตอนที่เรียนอยู่ในชั้นปีที่ 3 แต่เขาไปร่วมแข่งกับเด็กปี4 ของมหาวิทยาลัยอื่น เพราะว่าที่ธรรมศาสตร์มีหละกสูตร 4 ปีในขณะที่มหาวิทยาลัยอืนต้องเรียน 5 ปี เรื่องของการที่ย่นระยะการเรียนขึ้นมา 1 ปีนี้ ผมก็ค่อนข้างกังวลพอสมควร เพราะคิดว่าทาง ธรรมศาสตร์ จะทำการสอนได้ไม่ทั่วถึงเท่าที่อื่น แต่ลูกก็ได้มาบอกว่าที่อื่นนั่นแหละที่เรียนช้า เพราะมัวแต่ไปเน้นวิชาที่เด็กต้องใช้มือในการทำงาน ซึ่งเมือเรามองดูแล้วก็ใช่เลย เพราะว่าในช่วงปีแรกๆ อาจารย์จะให้เด็กฝึกหัดทำแบบจำลอง เพื่อที่จะได้มีความถนัด แต่ที่ธรรมศาสตร์ ไม่เน้นอย่างนั้น แลัลูกได้ไปทราบความจริงเมื่อเขาได้ไปดูงานในต่างประเทศ เขาได้ไปพบเห็นเครื่องมือทำโมเดล 3 มิติที่อเมริกา โดยเพียงแค่เราป้อนข้อมูลต่างๆเข้าในคอมพิวเตอร์ แล้วให้คอมฯสั่งไปยังเครื่องก็อบปี้ ที่เครื่องนี้มีกรรไกรตัดกระดาษอยู่ และสามารถตัดภาพด้านขวางและประกอบออกมาเป็นโมเดล 3 มิติได้ทันที หากท่านงง ท่านสามารถไปตามห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แล้วไปดูที่แผนกของเล่น ดูที่ภาพจิกซอร์ ท่านจะเห็นจิกซอร์ 3 มิติที่เมื่อเราต่อเสร็จออกมาเป็นรูปร่างของบ้านหรือปราสาท หรือรูปหอไอเฟลได้เลย นั่นคือทำมาจากเครื่องนี้อย่างไรครับ ดังนั้นการที่จุฬาฯให้เด็กมาฝึกหัดทำโมเดลนั้น ล้าสมัยไปเสียแล้ว ลองคิดดูว่า หากท่านเป็นลูกค้าเจ้าของโปรเจ็กอะไรก็ได้ ท่านจะอยากได้อะไร แบบที่ทำด้วยมือหรือ แบบที่ตัดมาจากเครื่องที่ดูเนี๊ยบไปหมด อีกทั้งความเร็วในการทำก็ต่างกัน สามถึงสี่เท่าตัว

เรื่องต่อ การเรียนที่ม.ธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตย์

จากเนื้อความตามที่เล่ามา เมื่อคราวที่แล้ว ผมได้ติดตามสอบถามลูกสาวว่า ทางคณะได้จัดการติดต่อคณะฯอื่น เพื่อที่จะเปิดคอร์สให้นักศึกษาภาควิชา สถาปัตย์ ตกแต่งภายใน ได้ลงทะเบียนเรียน เพื่อที่จะจบหลักสูตร ผลที่ได้รับคำตอบจากลูกสาวคือ คณะได้ติดต่อเรียบร้อยแล้ว และนักศึกษาได้ลงทะเบียนเรียนอย่างถูกต้อง แต่ที่น่าจะนำมาเป็นบทเรียนให้ท่านผู้ปกครองได้ทราบไว้ คือ หากว่าบุตรหลานของท่านประสบปัญหาในการเรียน ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยอาจารย์ที่สอน หรือจากเจ้าหน้าที่ในฝ่ายอำนวยการ ท่านสามารถนำเรื่องเข้าปรึกษาท่านคณบดีได้ และกรุณานำบุตรหลานของท่าน ที่แต่งตัวอย่างเรีบยร้อย ตามกฎเกณฑ์ของคณะ เข้าไปพบด้วย ท่านคณบดี ได้เรียกลูกสาวข้าพเจ้าไปพบ และได้ทำการสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องด้วยลูกสาวเป็นเสมือนตัวแทนของแผนกที่เขาเรียนอยู่ หลังจากที่ท่านได้รับทราบถึงความยากลำบากของลูกศิษย์ท่าน ท่านได้เปล่งเสียออกมาอย่างไม่พอใจ และได้ทำการบันทึกเรื่องราวต่างๆที่เหล่านักศึกษาของท่านพบมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ในแผนกทะเบียนทั้งสิ้น ท่านคณบดีหาได้ทราบเรื่องไม่ ท่านได้มีความกรุณาให้นักศึกษาเข้าพบพร้อมชี้แจงเรื่องต่างๆ ผมจึงเห็นว่าอย่างน้อยท่านผู้ใหญ่ในองค์กรนี้ ยังมีความยุติธรรมและมีความเอาใจใส่ ต่อความทุกข์และความยากลำบากของนักศึกษา ผมขออนุญาตเอ่ยนามของท่านคือ ท่านศาสตราจารยบ์ ดร. วิมลสิทธิ์ หรยางกูร ท่านคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการผังเมือง มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์และการเมือง


ผมขอกล่าวขอบพระคุณท่านคณบดีแทนลูกสาว และนักศึกษาอีก 29 คน ที่ท่านได้ใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา และหาทางออกที่ทุกคนมีความสุขครับ